ครม.ไฟเขียว เพิ่มงบ บัตรทอง 1.91 แสนล้าน เพิ่มบริการใหม่ให้แก่ประชาชน!

0
184

บัตรทอง / วันที่ 12 ก.พ. พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมครม.ว่า ครม.อนุมัติงบประมาณสำหรับงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) ปี 2563 วงเงิน 1.91 แสนล้านบาท เพิ่มจากเดิม 6,500 ล้านบาท โดยปรับการเหมาจ่ายรายหัวเป็น 3,600บาท ต่อผู้มีสิทธิ์ เพิ่มจากปีที่ผ่านมา 173 บาท

โดยงบที่ได้รับประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้

1.งบบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายรายหัว จำนวน 1.74 แสนล้านบาท ครอบคลุมค่าใช้จ่ายหน่วยบริการในส่วนเงินเดือน ค่าตอบแทนบุคลากรและค่าบริการสาธารณสุขในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่สำหรับประชาชนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) จำนวน 48.26 ล้านคน
2.งบบริการสาธารณสุขผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยเอดส์ จำนวน 3,596 ล้านบาท

3.งบบริการสาธารณสุขผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง จำนวน 9,405. ล้านบาท
4.งบบริการบริการควบคุมป้องกันความรุนแรงโรงเรื้อรัง จำนวน 1,037 ล้านบาท
5.งบค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมสำหรับหน่วยบริการในพื้นที่กันดาร พื้นที่เสี่ยงภัย และพื้นที่ชายแดนภาคใต้ จำนวน 1,490 ล้านบาท

6.งบค่าบริการสาธารณสุขสำหรับผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงในชุมชน จำนวน 1,025 ล้านบาท
7.งบค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมบริการระดับปฐมภูมิที่มีแพทย์ประจำครอบครัว จำนวน 268. ล้านบาท

พล.ท.วีรชน กล่าวว่า งบประมาณที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ประชาชนได้รับการบริการใหม่ที่เพิ่มขึ้นคือ การคัดกรองยีนส์ HLA-B*1520 ก่อนเริ่มยา Carbamazepine เพื่อป้องกันการแพ้ยาชนิดรุนแรง ปรับการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ในประชากรอายุ 50-70 ปี การผ่าตัดแบบวันเดียวแล้วกลับบ้านได้ทัน 12 รายการ การผ่าตัดผ่านกล้องและอุปกรณ์ทันสมัย เพิ่มยารักษาโรคอัลไซเมอร์ ยารักษาโรคมะเร็งไทรอยด์

โรคที่เกิดจากการทำลายเส้นประสาท และเพิ่มสูตรยาต้านไวรัสเอดส์ที่ดื้อยา เพิ่มเครื่องตรวจติดตามค่าน้ำตาลในเลือดให้ผู้ป่วยเบาหวานเด็ก เพิ่มวัคซีนป้องกันโรคท้องร่วงในเด็ก ขยายสิทธิประโยชน์ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดในกลุ่มผู้บริจาคที่ไม่ใช่ญาติ นอกจากนี้ยังปรับระบบการจัดการให้ประชาชนมีแพทย์ประจำครอบครัวใหม่การดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงทุกลุ่มอายุ

โดยปี 2563 ให้ครอบคลุมถึงผู้ป่วยสิทธิสวัสดิการข้าราชการ และประกันสังคมจากความร่วมมือหน่วยบริการในพื้นที่และอปท. การเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการแพทย์แผนไทยมากขึ้น พล.ท.วีรชน กล่าวว่า การเพิ่มบริการต่างๆเพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญในการเข้ารับการรักษาเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลให้กับประชาชน

โดยกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลให้ทันสมัย โดยงบฯที่อนุมัติต้องเหมาะสมและเพียงพอต่อการบริการประชาชนอย่างมีคุณภาพ ไม่กระทบต่อระบบการเงินการคลังของประเทศ งบที่เพิ่มไปนั้นเหมาะสมสามารถทำให้ประชาชนเข้าถึงการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง

-ขอขอบคุณ ข่าวสด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here