จะสอนคนอื่นให้ดี เราต้องเป็นแบบอย่างก่อน! “นายอำเภอนักบุญ” เด็กวัดของแท้ไม่สร้างภาพ ถอดหัวโขนเดินเท้าเปล่าตามพระบิณฑบาต

0
134

เป็นเรื่องที่น่ายกย่องเป็นอย่างมากในสังคมเรา สำหรับจิตสำนึกในการทำหน้าที่สื่อฯนำเสนอเรื่องดี ๆ ออกไปสู่สังคมให้ได้มากที่สุด เป็นการคานน้ำหนักระหว่างข่าวด้านมืดกับด้านสว่าง…เข้าเรื่องสีขาว ๆ เลยดีกว่า เราคงจะเคยผ่านหูผ่านตากับงานประเภทรณรงค์ต่าง ๆในชุมชน ในงานก็จะมีประธานเปิดงานให้โอวาทอบรมสั่งสอน ซึ่งก็แล้วแต่ว่าพื้นที่นั้นจะเชิญใครมาเป็นประธาน

บางครั้งจิตใจด้านมืดมันดันสั่งให้คิดเล่น ๆ ว่าประธานที่มารณรงค์กินlหล้า-สูบUุหรี่หรือป่าว หากตัวเองดื่ม-สูบทำไม่น่ามาเป็นประธานรณรงค์ ไอ้ความคิดนี้เองมันสะท้อนกลับไปสู่บุคคลท่านหนึ่งชื่อว่า “วัชรเดช เกียรติชานน” นายอำเภอบางกรวย จ.นนทบุรี ท่านมาเป็นประธานเปิดงานแล้วเกิดฉุกคิดขึ้นมาเหมือนกัน เป็นความคิดที่ออกมาจากจิตใจในเรื่องของความเป็นผู้นำ-ความรับผิดชอบ-ความละอายแก่ใจอย่างแท้จริง

อีกทั้งยังเข้าถึงแก่นธรรมเป็นนายอำเภอที่ถอดหัวโขนกลายสภาพเป็นเด็กวัดเดินตามพระออกบิณฑบาตช่วงเช้ามืดได้อย่างน่าประทับใจ ไปฟังเรื่องราวของท่านดู “วัชรเดช” บอกว่า ในอดีตเคยดื่มlหล้า-สูบUุหรี่ใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป เมื่อมาเป็นผู้นำองค์กรบางครั้งถูกเชิญไปเป็นประธานเปิดงานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา หรือรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ มันรู้สึกละอายใจในเมื่อตัวเรายังประพฤติปฏิบัติอยู่แล้วไปรณรงค์ให้ชาวบ้านเลิกสิ่งไม่ดี เหมือนไปหลอกพวกเขา จึงตัดสินใจว่าต้องเลิกให้หมด

โดยใช้พระธรรมขัดเกลาจิตใจเข้าวัดปฏิบัติธรรมจนสามารถละเลิกได้ทั้งเหล้า และบุหรี่ คิดเสมอว่า “การที่จะเป็นผู้นำคนได้ต้องทำตนให้ได้ก่อนจึงจะไปปกครองคนอื่นได้” อีกทั้งเวลามีงานที่อำเภอหรือลงพื้นที่เยี่ยมเยียนชาวบ้านแม้แต่กาแฟก็ไม่ดื่ม ไม่อยากให้ชาวบ้านเห็นว่าเราเอาเวลาไปนั่งจิบกาแฟ สู้เอาเวลาไปแก้ปัญหาให้เขาจะดีกว่า ส่วนเรื่องใส่ชุดขาว-เท้าเปล่าถือปิ่นโตเดินตามพระออกบิณฑบาตตอนเช้านั้นทำมานานแล้ว ส่วนตัวมีความเชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว

พร้อมกับนำหลักพุทธศาสนาปรับใช้ในการทำงานด้วย “ชาวบ้านไม่รู้ว่าผมเป็นนายอำเภอ คิดว่าเป็นลุงแก่ ๆ มาเป็นเด็กวัดถือปิ่นโตเดินตามพระ บางคนยังเคยเรียกให้ไปยกของเลย ซึ่งผมไม่ได้บอกหรือแสดงตัวอะไรยกของตามที่ญาติโยมสั่งตามปกติ แต่พอเขารู้ว่าผมเป็นนายอำเภอก็อดแปลกใจไม่ได้ เนื่องจากไม่เคยเห็นคนระดับนายอำเภอจะทำตัวติดดินได้ขนาดนี้ บางคนถามว่าไม่สวมรองเท้าเดินเท้าเปล่าไม่เจ็บเท้าเหรอ ผมก็บอกว่าไม่เจ็บเดินบิณฑบาตกับพระแบบนี้มานานจนเคยชินแล้ว”

นายอำเภอนักบุญ บอกต่อว่า หลังบิณฑบาตเสร็จพระฉันอาหารเรียบร้อยบางวันก็จะนั่งล้อมวงกินข้าวกับเด็กวัด บอกทุกคนว่าให้ทำตัวตามสบาย อย่าคิดว่าใครเป็นนายอำเภอ กินเสร็จก็จะอาบน้ำไปทำงาน ช่วงเย็นก็จะมาปฏิบัติธรรมสวดมนต์เจริญจิตภาวนาที่วัดหูช้าง ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ทำแบบนี้มาตลอด “การเดินตามรอยเท้าพ่อเป็นการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง ร.9 มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และเป็นแบบอย่างที่ดีของประชาชน-เยาวชน และข้าราชการทุกภาคส่วน

เพื่อให้เขาเข้าวัดถือศีลปฏิบัติธรรมให้เป็นวิถีชีวิตประจำวัน เป็นการดำรงไว้ซึ่ง 3 สถาบันคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้คงอยู่กับประเทศไทยตราบนานเท่านาน พร้อมทั้งเป็นแบบอย่างอันดีงาม เป็นการสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย และรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของชาวพุทธ อยากฝากให้ข้าราชการฝ่ายปกครองในสังกัดยึดหลักที่ผมทำอยู่เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตนเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนทั่วไป” คถณ “สุเทพ” ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอบางกรวย บอกว่า

เป็นกำนันมาหลายปียังไม่เคยเห็นนายอำเภอคนไหนทำแบบนี้มาก่อน คนในอำเภอบางกรวยรักนายอำเภอคนนี้มาก ท่านทำตัวไม่เหมือนเจ้าคนนายคนเป็นกันเองกับทุกคนแบบไม่ถือตัว จนชาวบ้านกล่าวขานว่าท่านเป็นนายอำเภอนักบุญสมควรแก่การยกย่องนับถืออย่างยิ่ง การที่จะมาเป็นนักปกครองที่ดีได้นั้น ต้องกระทำตนให้เป็นแบบอย่างของประชาชนให้ได้ สุดยอดมาก นี่แหละข้าราชการของประชาชนอย่างแท้จริง บอกตรง ๆ ภาษีที่จ่ายให้รัฐรู้สึกคุ้มค่ามาก ๆ สำหรับข้าราชการดี ๆ แบบนี้

ฝากถึงรัฐบาลหน่อยท่านออกโครงการต่าง ๆ มาแล้วมากมาย ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง…แนะนำลองทำโครงการ 1 คนดี 1 ตำบล หรือ 1 คนดี 1 หมู่บ้าน เลือกเอาข้าราชการนี่แหละหน่วยงานไหนก็ได้ เอาที่ดีจริง ๆ นะ ภาพลักษณ์เก่า ๆ ที่ประชาชนมองข้าราชการไทยจะได้หายไปเสียที


.

.

.

.

.

.

.

.

-ขอขอบคุณ เดลินิวส์

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here